เริ่มช้าดีกว่า ไม่กล้าเริ่ม : “แอนโธนี่ โจชัว” ช่างก่ออิฐแชมป์โลกที่ฝึกมวยตอนอายุ 18 ปี

เริ่มช้าดีกว่า

เริ่มช้าดีกว่า พวกเรามั่นใจว่าคนไม่ใช่น้อยมีไอเดียอยู่เต็มหัวสมอง แล้วก็คิดเสมอว่าไอเดียพวกนี้จะสามารถเปลี่ยนชีวิตตนเองให้ดียิ่งขึ้นได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

เริ่มช้าดีกว่า ข้อแก้ตัวสารพัดสารพันที่ผลิตขึ้นมาเพื่อปลอบประโลมตนเอง และก็หนึ่งในนั้นเป็น “บุคคลอื่นเขานำไปมากมายแล้ว เริ่มปัจจุบันนี้คงจะช้าไป”.. หากคุณคิดแบบงั้น พวกเราอยากที่จะให้คุณได้ทราบเรื่องราวการเดินทางของ แอนโธนี่ โจชัว นักต่อยแชมป์โลกขวัญใจคนประเทศอังกฤษ ที่เริ่มฝึกหัดชกมวยเมื่อตอนอายุ 18 ปี

แล้วก็เรื่องของเขาจะมีผลให้คุณรู้เรื่องว่า เหตุไรคุณควรจะก็เลยกล้าเสี่ยง ถึงแม้ว่าบางครั้งบางคราวจะทราบอีกทั้งทราบว่าช้าเกินความจำเป็น? ติดตามเรื่องราวทั้งสิ้นเหมาะนี่

เริ่มช้าดีกว่า

ว่ากันว่า “มนุษย์เรามิได้กลัวการเริ่มทำตามอย่างความฝัน แต่ว่าพวกเขากลัวความเคลื่อนไหวต่างหาก” เพราะอะไรถึงเป็นแบบนั้น? ข่าวมวยไทย7สี

โดยความเป็นจริงแล้วความเคลื่อนไหวนั้นคือเรื่องธรรดาของโลกใบนี้ แม้กระนั้นที่มนุษย์เรากลัวและก็มีความรู้สึกว่ามันเกิดเรื่องไม่ดีเหมือนปกติ โน่นก็เป็นเพราะเหตุว่านานาประการเหตุผล ยกตัวอย่างเช่น ความคุ้นเคย เนื่องจากบางโอกาสพวกเราก็รู้จักดีกับเหตุการณ์รวมทั้งสิ่งแวดล้อมที่พบเสมอๆ นานวันเข้าสิ่งพวกนี้ก็เปลี่ยนเป็นวิถี จนกระทั่งทำให้พวกเราไม่กล้าที่ออกไปเจอหน้ากับการเปลี่ยนแปลงหรือเสี่ยงเพื่อสิ่งที่ดียิ่งกว่า

นอกจากนั้น ยังมีอีกหลายต้นสายปลายเหตุ ได้แก่ การลบหลู่ดูหมิ่นความรู้ความเข้าใจตนเอง ผู้กระทำลัวว่าจำเป็นต้องทำงานมากกว่าที่เคย จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นการกังวลถึงอนาคตที่มากเกินความจำเป็น ไม่ใช่แค่คุณที่เคยพบกับความนึกคิดพวกนี้ แอนโธนี่ โจชัว ก็เคยเจอกับสิ่งนี้เช่นเดียวกัน

แอนโธนี่ โจชัว กำเนิดที่เมืองวัตฟอร์ด อังกฤษ โดยเป็นลูกครึ่งไนจีเรีย-อังกฤษ ก่อนที่จะบิดามารดาจะแยกทางกันตอนเขาอายุได้เพียงแค่ 4 ขวบ รวมทั้ง โจชัว นั้นอยู่ภายใต้การอุปการะของแม่ ซึ่งเป็นชาวไนจีเรีย (ป๊ะป๋ามีทั้งยังเชื้อสายไนจีเรียกับไอริช)

เขาเติบโตและก็เคยชินกับเมืองวัตฟอร์ดเป็นอย่างยิ่ง เขาบอกเสมอว่าเขากระหยิ่มใจที่ได้กำเนิดตรงนี้ เขามีมิตรสหายที่รอเล่นสนุกสนานร่วมกันเยอะแยะ มีอิสระอย่างมาก เหมาะสมกับเด็กวัยกำลังโตแล้วก็ไปสู่ตอนวัยรุ่น แต่ว่าในตอนที่เขารู้จักดี ความเคลื่อนไหวก็มาเยี่ยม แถมยังเป็นการเปลี่ยนครั้งใหญ่ของชีวิตอย่างยิ่งจริงๆ เสี่ยต้อมควง

เมื่ออายุ 11 ปี ครอบครัวของเขามีเหตุให้จะต้องกลับไปดำเนินชีวิตที่ประเทศไนจีเรีย อันเป็นบ้านแม่ของเขา สำหรับเด็กที่โตในอังกฤษ ประเทศแสนรุ่งเรือง การได้ยินว่าจำต้องไปดำรงชีวิตอยู่ในทวีปแอฟริกานั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำใจกันกล้วยๆถึงแม้ไนจีเรียจะถือได้ว่าประเทศที่รวยที่สุดในทวีป แม้กระนั้น โจชัว ผู้มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าของกรุ๊ปเพื่อนฝูงที่วัตฟอร์ด ควรต้องถูกส่งเข้าห้องเรียนที่โรงเรียนกินนอนที่ชื่อว่า เมย์ฟลาวเวอร์

เริ่มช้าดีกว่า

สถานที่เรียนนี้นับว่าเป็นสถานศึกษาของคนรวยในไนจีเรียอย่างยิ่งจริงๆ แต่ว่าเป็นโรงเรียนกินนอนที่เน้นย้ำเรื่องระเบียบแบบครัดเคร่งที่สุด ถึงแม้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกจะครบถ้วน แต่ว่าเด็กๆตรงนี้จะถูกสอนให้รู้จักยกย่องความรู้ความเข้าใจของตนเอง แล้วก็จำเป็นต้องดูแลตนเองให้ได้ เมื่อดำรงชีวิตอยู่ตรงนี้ เด็กๆจำเป็นต้องทำเองดูเหมือนจะทุกอย่าง และก็ถ้าหากคนใดกันคิดทำผิดกฎหรือต้านทาน จำเป็นต้องถูกลงโทษ.. นี่เป็นชีวิตที่ว่าห่างกันแบบสุดขีดกับ 11 ปีที่เขาดำรงชีวิตในอังกฤษอย่างยิ่งจริงๆ

“ตรงนั้นเป็นระเบียบอีกระดับหนึ่งเลย ทุกตี 5 จะมีข้าราชการเข้ามาในห้องนอนและก็ปลุกให้เราตื่น หากคุณอยากนอนต่อหรอ? ได้เลย แม้กระนั้นต้องทราบไว้ว่าปัญหารุนแรงจะตามมาแน่” โจชัว เล่ารำลึกเรื่องในอดีต

“ทุกสิ่งจำต้องเป๊ะ พวกเราจะรีดเสื้อผ้าเองช่วงเช้าแล้วก็ซักมันในช่วงเวลาค่ำคืน พวกเราจำต้องเคารพนับถือรุ่นพี่หรือผู้ที่อายุมากมายกว่าเสมอ ทุกตอนเช้าพวกเราจำเป็นต้องลุกไปพบบน้ำมาใส่ถังเพื่ออาบเอง อย่ามีความรู้สึกว่าจะจบล่ะ บางครั้งบางคราวเด็กที่โตกว่าคุณก็จะยื่นถังใส่น้ำของเขาให้ท่านแล้วพูดว่า ‘ไปตักให้หน่อยดิ๊’ คุณจะไม่ทำก็มิได้ด้วยนะ ผมจะบอกให้”

โจชัว ที่เคยเป็นหัวหน้าแล้วก็ตัวยุ่งยุคที่อยู่วัตฟอร์ด ก็เลยจำเป็นต้องทำในสิ่งที่เขาเพียงพอจะทำเป็นกับความเคลื่อนไหวคราวนี้ โน่นเป็น “ต้องศึกษา” ถ้าเกิดมัวแต่กลัวและก็อยู่อย่างระแวง เป็นไปไม่ได้ที่จะแฮปปี้กับชีวิตผู้เรียนที่เป็นไปไม่ได้หนีได้ โน่นเป็นสิ่งที่ โจชัว ในวัยเด็กกลายเป็นผลึกได้อย่างเร็ว

“คุณจะต้องเริ่มใช้ความฉลาดก่อนเป็นลำดับแรก อยู่ให้เป็น ปรับพฤติกรรมกับสังคมแล้วก็สิ่งแวดล้อมให้ได้ รวมทั้งผมสามารถทำมันได้ ผมเปลี่ยนเป็นเพื่อนพ้องของกรุ๊ปรุ่นพี่ แล้วผมก็สบายเลย เอ็นหน้าจอยขึ้นมาก”

“ความเคลื่อนไหวนำไปสู่การเรียน ผมศึกษามากมายก่ายกองที่ไนจีเรีย ผมใช้เวลาออกมาด้านนอกบ้าง เสวนากับคนท้องถิ่น มองวิถีชีวิตของผมเขา พวกเขาปฏิบัติงานอะไรกันบ้าง? ผมพอเพียงจะช่วยผู้ใดกันได้ไหม? ผมเพียรพยายามทุกสิ่งกระทั่งการพูดภาษาพื้นเมือง ผมทราบทั้งยังคำศัพท์เป็นพิษแล้วก็สำนวนของประชาชนแถวนั้นหมดเลย”

การเริ่มต้นใหม่กับอะไรสักหัวข้อนั้นน่าสยองเสมอ แอนโธนี่ โจชัว ผู้กล้าแกร่งก็คิดแบบนั้น แต่ว่าเขาเลือกต่อกรกับมันด้วยความฉลาด อาจหาญ แล้วก็มองหาทางที่จะทำให้ตนเองสู้กับความหวาดกลัวนั้นอย่างสุขสบายให้ได้ ปกป้องตัวเองด้วยความรู้ความเข้าใจรวมทั้งความกล้าหาญ หลังจากนั้นความหวาดกลัวก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่คิดขึ้นมาเองแค่นั้น

“สิ่งที่ได้ทำความเข้าใจรวมทั้งยอดเยี่ยมในไนจีเรียน่ะหรอ? ตรงนั้นสอนให้ผมรู้จักแนวทางปกป้องตัวเองยังไงล่ะ” โจชัว กล่าวตบท้าย และก็ต่อไปชีวิตที่จะต้องใช้การคุ้มครองปกป้องเป็นดังอาวุธของเขาก็เลยได้เริ่มขึ้น

ปีเดียวที่ไนจีเรีย ทุกข์ยากลำบากแล้วก็น่าจำมากพอจนถึงทำให้ แอนโธนี่ โจชัว สักแผนที่ประเทศไนจีเรียไว้ที่ไหล่ขวาในวันหลัง เพื่อเตือนตนเองว่าเขายินดีมากแค่ไหนที่ผ่านช่วงพวกนั้นมาได้..

เมื่ออายุ 12 ปี เขาแล้วก็ครอบครัวกลับมาอยู่ที่อังกฤษอีกรอบ ในเมืองวัตฟอร์ดอย่างเดิม ครั้งนี้เขาเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว การปรับตัวแล้วก็ทำความเข้าใจจากที่ไนจีเรียทำให้เขาอดทนเปลี่ยนไปจากปกติ จำพวกที่ว่าเด็กรุ่นไล่ๆกันเทียบเคียงไม่ติด

“ผมกลับมาที่วัตฟอร์ดตอนอายุ 12 ปี ก็เจอหน้ารุ่นพี่รุ่นน้องที่ต้องการจะรับน้องผมในทันที เขาต้องการจะทดลองว่าผมแปรไปเท่าไร เขาบอกให้ผมทดลองต่อยที่ท้องของเขามอง เมื่อเขาสั่งผมก็ซัดเต็มข้อ ตู้ม!.. เพียงแค่นั้นล่ะ ผมถึงได้ทราบว่าเมื่อกลับมาจากไนจีเรีย ร่างกายผมหนักแน่นขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากเลย”

ความแข็งแกร่งของโจชัว บวกกับการเป็นเด็กตัวใหญ่ ทำให้เขาเล่นกีฬาเก่งเกือบทุกอย่าง แม้กระนั้นเพียงแค่ไม่เคยชกมวยเอาจริงเอาจังเพียงเท่านั้น เวลาผ่านไปแทบ 6 ปีภายหลังจากกลับมาจากไนจีเรีย โจชัว ได้โอกาสได้ใส่นวมทดลองต่อยคราวแรก รวมทั้งมันทำให้เขามีความรู้สึกว่า “ไปอยู่ที่ใดมา? เพราะเหตุใดเพิ่งจะมารู้จะชกมวยเอาเวลานี้?”

เขาอายุ 18 ปีแล้ว รวมทั้งสำหรับนักมวยมืออาชีพนั้น น้อยคนมากมายที่จะเริ่มฝึกฝนมวยขมักเขม้นข้างหลังอายุ 15 ปีเป็นต้นไป.. ไมค์ ไทสัน ต่อยระดับสมัครเล่นตั้งแต่อายุ 16 ปี, ฟลอยด์ เมย์เวทคุณร์ จูเนียร์ เป็นแชมป์โลกโอลิมปิกจูเนียร์, แมนนี่ ขว้างเกียว ฝึกฝนชกมวยตั้งแต่จำความได้ แต่ว่า แอนโธนี่ โจชัว นั้นเพิ่งจะมาฝึกฝนรากฐานตอนอายุ 18 และก็นี่นับได้ว่าเป็นอะไรที่ช้ามากมายสุดๆถ้าเกิดเขาหวังจะเป็นนักต่อยอาชีพระดับแชมป์โลก นี่เป็นทางที่ยากมากมายๆที่จะไปถึงจุดนั้นได้

“ผมไม่เคยเข้าโรงยิม ตอนเด็กๆผมบ้าเตะบอล เตะทั้งยังวี่ตลอดทั้งวัน แม้กระนั้นพอใช้ได้มาทดลองชกมวยดูแล้ว เชื่อมั้ยล่ะ? ผมไม่เคยกลับไปเล่นกีฬาอื่นอีกเลย รวมทั้งแปลกมากมายที่ผมทราบดีว่าชีวิตนี้ผมไม่เคยมีวินัยกับสิ่งไหนมากมายพอๆกับการชกมวยอีกแล้ว.. ผมไม่รู้เรื่องผมไปอยู่ไหนมา เพราะอะไรพึ่งมารู้ตัวเอาตอนนี้ ผมไม่เคยมองมวยในทีวีเลยด้วยในในเวลานั้น” โจชัว เล่าย้อนความ

เริ่มช้าดีมากกว่าไม่เริ่ม โจชัว เอาจริงเอาจังกับการชกมวยอย่างที่เขาบอก สิ่งที่จำต้องยอมดวงใจเป็น เขาคิดภาพอนาคตแล้วก็คิดแผนไว้ไกล เขาหวังที่กำลังจะได้เหรียญทองโอลิมปิก และก็เป็นแชมป์โลก ประเด็นหลักที่สุดเป็นเขามิได้เพียงแค่หวัง แม้กระนั้นเขามานะทำอย่างถึงที่สุดโดยแท้

โจชัว เริ่มต่อยปี 2008 แล้วก็แปลงเป็นนักชกมวยสมัครเล่นระดับพอเพียงมีทรง ด้วยความแข็งแรงของร่างกายแล้วก็เป็นมวยสมองในขณะเดียวกัน คนจำนวนไม่น้อยอาจไม่ทราบว่างานอดิเรกของ โจชัว ตั้งแต่อยู่ไนจีเรียเป็นการเล่นหมากรุก รวมทั้งเขาพูดเฉไฉมอว่า หมากรุกทำให้เขาได้ฝึกฝนความสามารถการวางเป้าหมายและก็อุบายต่างๆที่สามารถเอามาประยุกต์กับการชกมวยได้อย่างดีเยี่ยม

“หมากรุกก็ราวกับชกมวย การเดินแต่ละครั้งก็ดังคุณอยู่บนสังเวียน คุณมองหาแนวทางรับประทานคู่ปรับให้ได้ หยุดการเดินหน้าของพวกเขา และก็โต้ตอบด้วยการจู่โจมกลับ คุณจำเป็นต้องคิด 2 ชั้นตลอดระยะเวลา” โจชัว ว่าไว้

ความสมบูรณ์แบบที่ได้ทั้งยังบู๊รวมทั้งบุ๋นทำให้มีเอเย่นต์มาติดต่อเขาเข้าขึ้นตรงต่อ โดยมีค่าเซ็นสัญญา 50,000 ปอนด์ เพื่อ โจชัว เทิร์นโปร.. จำต้องรู้เรื่องก่อนว่าบ้านเขามิได้มั่งคั่งอะไร ในตอนที่เขาเป็นนักมวยฝึกหัด รายได้ไม่ค่อยดีนัก รวมทั้งเขาจะต้องทำมันพร้อมๆกับการศึกษาเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยด้วย ด้งนั้น เขาก็เลยเคยมีอาชีพเป็นผู้รับว่าจ้างก่ออิฐในไซต์การก่อสร้างจากการชักนำของลูกพี่ลูกน้อง ที่ช่วยให้ โจชัว มีเงินใช้จ่ายในแต่ละเดือน

50,000 ปอนด์ เป็นเงินที่จำนวนมากสำหรับผู้ที่มีอาชีพก่ออิฐ ถ้าเป็นบุคคลอื่นคงเลือกเดินทางนี้ไปแล้ว แต่ว่า โจชัว ปฎิเสธเงิน 50,000 ปอนด์ดังที่กล่าวถึงแล้ว เพราะว่าเขาทราบดีกว่านี่ยังไม่ใช่ในเวลาที่สมควร ประสบการณ์เขายังน้อย เขาจะวางเป้าไปที่การชิงเหรียญทองโอลิมปิกที่สหราชอาณาจักรเป็นเจ้าภาพในปี 2012 ก่อน โน่นเป็นขณะที่เขาพร้อมที่สุด รวมทั้งสามารถเป็นนักชกมวยระดับมืออาชีพได้ดีมากว่าผู้กระทำระกระโดดเข้าไปเพียงแต่เพราะเหตุว่าค่าตอบแทน 50,000 ปอนด์.. นี่เป็นการเดินหมากชีวิตที่คิด 2 ชั้นดังที่เขาเคยบอกอปิ้งตามที่เป็นจริง

“ปีแรกสำหรับเพื่อการฝึกหัดมวย สเต็ปเท้าของเขาแย่มาก เขานับว่าเป็นศิษย์ระดับบ๊วยๆของผมเลย” นี่เป็นคำพูดของโค้ชคนแรกของเขา และก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ โจชัว อยากฝึกฝนฐานรากให้แน่นและก็พิสูจน์ตนเองให้ได้ก่อนที่จะเหยียบบันไดขั้นถัดไป

ในที่สุดจากการฝึกฝนมวยเพียงแค่ 4 ปี แอนโธนี่ โจชัว มาไกลจนกระทั่งขั้นคว้าเหรียญทองโอลิมปิกในรุ่นเฮฟวี่เวตได้จริงๆซึ่งภายหลังไม่มีอะไรจำเป็นต้องปราบอีกแล้วในระดับสมัครเล่น โจชัว ก็ได้เวลาเดินหน้าเข้าพบการเปลี่ยนแปลงอีกรอบ โน่นเป็นโลกของมวยอาชีพ.. ที่ยากกว่าเยอะแยะ แม้กระนั้นก็ทำเงินได้มากกว่าแยะเหมือนกัน

ไม่มีการเดินทางไปถึงฝันใหญ่ครั้งใดหรือของใครก็ช่างที่จะโรยด้วยกลีบดอกกุหลาบ ปัญหาและก็ปัญหาจะเกิดขึ้นแน่ๆแบบเป็นไปไม่ได้หนีพ้น.. เลิกกลัว แล้วพุ่งเข้าใส่มันจะดียิ่งกว่า ถ้าคุณได้ตกลงใจแน่แน่วแล้ว

ภายหลังจากคว้าเหรียญทองโอลิมปิกในปี 2012 โจชัว ตกลงใจเทิร์นโปรโดยทันที แล้วก็ต่อจากนั้นทุกคนทราบว่าอะไรเกิดขึ้น เขาเริ่มต่อยอาชีพภายใต้ขึ้นอยู่กับ Matchroom Sport ของโปรโมเตอร์แบบใหม่ไฟแรง เอ็ดดี้ เฮิร์น ก่อนฉายแววแบบสุดๆ

ไฟต์เปิดฉากสังเวียนระดับอาชีพเมื่อปี 2013 เขาเอาชนะ เอ็มมานูเอล เลโอ จาก อิตาลี แบบ TKO ในชูแรก รวมทั้งทำสถิติชนะสม่ำเสมอ ทำให้เขาเริ่มโดนจับตามองในระดับสากล ไต่ขึ้นไปอย่างไม่หยุด จนกระทั่งแมตช์สร้างชื่อที่เอาชนะ วลาดิภรรยาร์ คลิตช์โก้เก๋ ยอดนักต่อยจากยูเครนในปี 2017 แล้วต่อจากนั้นเขาก็ดังเป็นดอกไม้เพลิงแตก ปัดกวาดแชมป์โลกได้มากมายหลายสถาบัน รวมทั้งเปลี่ยนเป็นบุคคลมีอำนาจของคนอังกฤษไปโดยปริยาย

เขาเคยทำสถิติขึ้นสังเวียนโดยมีผู้ชมเข้าไปดูในสนามถึง 80,000 คน เหนือสิ่งอื่นใด เป็นเรื่องราวการบรรลุเป้าหมายของเขาตั้งแต่ก้าวแรกกระทั่งก้าวตอนนี้ ถูกสรรเสริญให้เป็นแรงดลใจระดับประเทศว่า ที่สุดแล้วความฝันจะเป็นจริงได้ก็เมื่อลงมือกระทำ รวมทั้งแม้กระทั่งเริ่มช้ามากแค่ไหนก็ควรอย่ากลัวที่จะเริ่ม เนื่องจากไม่มีผู้ใดทราบอนาคตในอนาคตข้างหน้า.. ทดลองทำมองแค่นั้น คุณถึงจะทราบดีว่าคุณสามารถทำมันก้าวหน้าหรือเปล่า?

รวมทั้งถ้าเกิดจะให้ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับเพื่อการเอาชนะความเคลื่อนไหว เป็นการพยายามสู้รวมทั้งทุ่มทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่มี แม่ของ โจชัว เล่าว่าก่อนที่จะเขาจะมาเป็นแชมป์โลกแบบเริ่มช้าได้ ไม่ใช่แค่เขามีพรสวรรค์สิ่งเดียว 4 ปีในตอนเป็นมือสมัครเล่น โจชัว มีกิจวัตรประจำวันเพียงแค่ นอน ตื่น รับประทาน และก็ฝึกมวยเพียงแค่นั้น เขาทำมันบ่อยๆจนกระทั่งทำให้จำนวนการฝึกฝนเพียงแค่ 4 ปี แปลงเป็นขณะฝึกฝนที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ แล้วก็แน่ๆถ้าเกิดเขาไม่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ตนเอง เขาเป็นไปไม่ได้ทำเป็นขนาดนี้

“คุณต้องการจะเข้มแข็งและก็เป็นผู้ชนะไหม? ถ้าเกิดใช่ ควรยืนรับหมัดน็อคจากชีวิตด้วยความกล้าหาญทั้งหมดที่มี ถ้าเกิดคุณโดนมันอัดแล้วคุณจะต้องอย่าถอย ยิ่งฝันของคุณสูงมากแค่ไหน คุณยิ่งต้องห้ามหวั่นไหวเด็ดขาด ผมคิดเสมอว่าตนเองจะเป็นแชมป์โลกได้เมื่อวันที่ผมใส่นวมคราวแรก รวมทั้งการจะเป็นแชมป์ได้นั้น ผมเชื่อถือในความพากเพียร

You may have missed