กัสดามาโต้ ชายผู้ใช้ 2 มือเลี้ยงบุตรซาตานที่ชื่อ “ไมค์ ไทสัน” ให้เป็นคน

กัสดามาโต้

กัสดามาโต้ “ทำให้ศัตรูสับสน” คือชื่อของหนังสือที่ ดร.สก็อตต์ ไวส์ เขียนถึงผู้ฝึกสอนมวยสากลคนหนึ่ง

กัสดามาโต้ จริงๆแล้วเขาไม่ใช่นักประพันธ์อาชีพ แต่ว่าเป็นนักกายภาพบำบัดผู้ที่มีความเชี่ยวชาญสายกีฬา ซึ่งมีประสบการณ์ร่วมงานกับกลุ่มมวยสากลโอลิมปิกกลุ่มชาติสหรัฐฯมาแล้ว

และก็เรื่องราวที่เขาไปประสบพบเจอมานี้ ทำให้เขามั่นใจว่าถ้าหากเขียนสิ่งนี้ลงไปในหนังสือ “มันจะก่อให้เกิดโลกที่น่าอยู่ขึ้น” ด้วยเหตุว่ามันเป็นเรื่องราวของชายหัวหน้าชีวิตไปเสี่ยงกับเด็กวัยรุ่นบ้านแตกดำรงชีวิตแบบกลุ่มผู้กระทำผิดกฎหมายโดยมีความคิดกันว่า “ทุกคนมีคุณงามความดีแอบซ่อนอยู่ในตัว”

กัสดามาโต้

นี่เป็นเรื่องราวของ กัส ดามาโต้ ครูมวยที่รับหน้าที่สร้างทางเดินใหม่ให้กับเด็กๆผู้มีชีวิตที่พวกเขาเป็นไปไม่ได้เลือก แล้วก็หนึ่งในนั้นเป็น ไมค์ ไทสัน แชมป์มวยเฮฟวี่เวตที่ดีเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งที่โลกเคยมี

กัส ดามาโต้ กำเนิดในครอบครัวของชาวอิตาเลี่ยน พ่อของเขามีอาชีพส่งน้ำแข็งรวมทั้งถ่านหินในบริเวณบรองซ์ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ข่าวมวยไทย7สี

แม้ว่าจะทำงานมากมาตั้งแต่เด็กจากฐานะทางบ้านที่มิได้มั่งคั่งอะไร แม้กระนั้นครอบครัว ดามาโต้ เชื่อถือสำหรับการชี้ทางของพระเจ้าอย่างแท้จริง พวกเขาเป็นคาทอลิกที่เคร่งครัด

หนึ่งในหลักสอนของ คาทอลิก ที่เกี่ยวพันกับความรักพูดว่า “ความรักย่อมทรหดอดทน มีใจเอื้อเฟื้อไม่อิจฉา ไม่โอ้อวดตัวเอง ไม่จองหอง ไม่ไม่สุภาพ มองไม่เห็นชรา ความรักไม่โกรธ ไม่จำข้อผิดพลาดที่ได้รับ ไม่ยินดีในความชั่ว แต่ว่าร่วมยินดีในความถูกต้องชัดเจน ความรักยกโทษทุกๆอย่าง เชื่อทุกอย่างหวังทั้งหมดทุกอย่าง ทรหดอดทนทุกๆอย่าง ความรักไม่มีหมด”

ขอขีดเส้นใต้ตรงประโยคที่ว่า “ความรักยกโทษทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง เชื่อทั้งหมดทุกอย่างหวังทั้งหมดทุกอย่าง ทรหดอดทนทุกสิ่ง ความรักไม่มีหมด” เนื่องจากประโยคนี้เป็นสิ่ง กัส ดามาโต้ ใช้นำทางชีวิตของเขาตลอดมา

ตอนอายุ 22 ปี กัส เปิดยิมหรือค่ายมวยที่ชื่อว่า Gramercy Gym เขาหุ้นกับ แจ็ค บาร์โรว์ เพื่อนพ้องของเขา โดยตัวของ แจ็ค เป็นคนลงเงินเป็นหลัก ส่วน กัส มีบทบาทเป็นครูมวย รับประทาน นอน แล้วก็ดำเนินชีวิตอยู่ที่โรงยิม โน่นเป็นหน้าที่ของเขา

ความโด่งดังโรงยิมที่นี้ดังสุดในตอนสมัย ’50s เมื่อ กัส ได้ปั้นนักมวยระดับแชมป์โลกที่ก้าวขึ้นไปติด “ฮอล ออฟ เฟม” ถึง 3 คนหมายถึงฟลอยด์ แพทเทอร์สัน, ร็อคกี้ กราเซียโน่ แล้วก็ โฮเซ่ ตอร์เรส แต่ว่าเมื่อโด่งดังขึ้นมา กัส และก็ค่ายของเขามักจะถูกเกมการเมืองในแวดวงมวยโจมตีเสมอๆนักมวยในสังกัดเขาโดนตัดสิทธิ์ขึ้นชกบ้าง ยึดแชมป์บ้าง นั้นก็เลยทำให้ กัส เริ่มจะถอดใจกับเรื่องนี้ เริ่มช้าดีกว่า

กัสดามาโต้

แต่ทุกสิ่งเปลี่ยนไปเมื่อเขาเจอกับ คามิล เอวัลด์ ที่เปลี่ยนมาเป็นเมียของเขาในตอนสมัย ’60s ความรักคราวนี้ ตัวของ คามิล นั้นได้ทรัพย์สินมาจากครอบครัวเป็นบ้านขนาดใหญ่ 1 หลัง จริงๆคุณคิดจะขายเพื่อเอาเงินมาใช้ แต่ว่า กัส เสนอว่าให้เปลี่ยนแปลงบ้านที่มี 14 ห้องข้างหลังนี้ให้เป็นค่ายมวยที่ใช้สอนเด็กๆในบริเวณบรองซ์ ที่เป็นหลักที่ย่ำแย่ของนิวยอร์ก เขาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการรวมทั้งโค้ช ส่วนคุณจะเป็นคนทำอาหารรวมทั้งงานบ้านอื่นๆ

เด็กๆหลายคนเข้ามาตรงนี้เพื่อเรียนวิชามวย แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ตัวเลยเป็นพวกเขาได้วิชาชีวิตจาก กัส ที่ชอบสอดแทรกให้เด็กทุกคนด้วยความรักเสมอ อย่างกับสิ่งที่เขาเชื่อมาตลอดชีวิต แล้วก็เด็กแต่ละคนที่จะมาหาเขาชอบมาในต้นแบบไม่มีที่ไปรวมทั้งต้องการผู้นำทางเสมอ

“ผมเป็นเพียงแค่เด็กตัวเล็กๆที่มีบทบาทไต่หน้าต่างเข้าไปปลดล็อกประตูให้กับพวกพี่ๆในกลุ่ม ในกรุ๊ปอาชญากรเล็กๆนี้ นี่เป็นสถานศึกษาของผม และก็ผมก็เป็นนักเรียนชั้นเลิศที่กำลังดื่มด่ำกับชีวิตยามค่ำคืนและก็แสงสีซะด้วย”

จริงๆไทสัน ถูกส่งเข้าโรงเรียนเหมือนกัน แต่ปัญหาคือเขาชอบต่อยสหายในห้องเมื่อใดก็ตามหงุดหงิด กระทั่งถูกส่งเข้าโรงเรียนดัดสันดานที่ชื่อ “ทรายออน สคูล ฟอร์ บอยส์” แม้กระนั้นพฤติกรรมของเขาไม่เปลี่ยนแปลง

“ตรงนั้นผมยังต่อยทุกคนที่ขวางหน้า ผมต่อยเด็กนักเรียน ผมต่อยการ์ดของสถานที่เรียน ใครที่มันกล้ายุ่งกับผม ผมจะรอเวลาเพื่อจัดแจงมัน” เหตุผลนี้เองที่ทำให้ ไทสัน ถูกจับขังตารางมืดของสถานศึกษา ตารางที่มีภาวะไม่มีความต่างกับตารางของคนแก่รวมทั้งเมื่อนั้นทำให้ ไทสัน ทราบว่า อิสระนั้นเป็นของที่มีค่าขนาดไหน เขาก็เลยเริ่มต้องการจะทดลองทำอะไรดีๆให้กับชีวิตตนเองสักครั้ง

ในขณะที่อยู่คุกมืด ไทสัน ได้ยินพวกผู้คุมคุยกันว่าถ้าเด็กผู้ใดกันประพฤติดี เด็กคนนั้นจะถูกส่งไปหา มิสเตอร์ สจ็วร์ต หรือชื่อจริง บ็อบบี้ สจ็วร์ต นักสังคมสงเคราะห์ใจดีที่มีกิจกรรมให้เด็กๆได้ทำ เป็นต้นว่า การชกมวย ซึ่งเขามักจะเป็นผู้ไปพบเด็กที่มีแววจากโรงเรียนดัดสันดานไปให้กับกัส ดามาโต้ ได้ปั้นต่อ

“เขาสงบลงจำนวนมาก เขามองสุภาพ เขากินอย่างมีระบบระเบียบรวมทั้งชำระล้างในส่วนของตัวเอง แล้วก็ในเวลานี้เขาขอแลกความดีงามทั้งผองเพื่อการได้คุยกับคุณ” ผู้คุมคุยกับสจ็วร์ต

“แล้วคุณรู้สึกว่าคนอื่นๆเขาไม่อยากเป็นบ้างหรอ? ผู้ที่ต้องการจะเป็นนักสู้เขาไม่มาอยู่ที่แบบนี้กันหรอกหนูน้อย คุณทราบไหมพวกเขาทำอะไร พวกเขาจะตั้งใจเรียน หางานทำรวมทั้งสู้กับโลกที่เรื่องจริง ที่คุณมาอยู่นี่แปลว่าคุณเป็นพวกขี้แพ้ ฉันกล่าวถูกไหม?” สจ็วร์ต ถามกลับ

ไทสัน ตะคอกให้ดังขึ้นกว่าเดิมเพื่อทุกคนที่อยู่ในที่นั้นทราบว่าเขาเอาจริงเอาจัง “ผมจะทำทุกๆอย่างเพื่อได้เป็นนักสู้ ผมยอมทำทุกสิ่งที่คุณขอผมให้ทำ … ได้โปรด” ประโยคนั้นจบได้ไม่นาน สจ็วร์ต ก็มาโผล่ที่หน้าห้องของไทสัน รวมทั้งจากนั้นทางระหว่าง กัส และก็ ไมค์ ก็ได้มาบรรสิ้นสุดกัน

การหยิบยื่นมือที่ความรักให้ใครซักคน เพื่อมอบโอกาสหรือส่งเสริมให้พวกเขาก้าวไปด้านหน้าหมายถึงสิ่งที่สังคมอยากได้ มีผู้คนมากไม่น้อยเลยทีเดียว ที่อยากการช่วยเหลือช่วยเหลือเพื่อจังหวะที่ดีมากยิ่งกว่า รวมทั้งไทสัน ก็ได้รับมือที่ความรักนั้น…

ที่ ยิม ของ กัส เด็กเร่ร่อนจำนวนมากเปิดทางเข้ามาทดลองตนเองกับบทเรียนใหม่ที่ กัส ตระเตรียมไว้เยอะมาก แต่ว่าใครอีกหลายๆคนไม่ไปถึงเป้าหมายจำเป็นต้องย้อนกลับออกไป โดยที่พวกเขาไม่ทราบเลยว่าที่นี่มีประตูบานที่ 2 หลบซ่อนอยู่ ถ้าหากคนไหนกันสามารถเปิดมันได้ พวกเขาจะได้เจอสถานที่เรียนที่การทำงานหนัก การมีระบบระเบียบระเบียบ ความอดทนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

“พ่อหนุ่มคนนี้เดินมาหาผมด้วยอารมณ์ที่เสมือนถ่านกำลังโดนความร้อน ผมจะต้องให้ประกายกับเขาเพื่อทำให้เขาเปลี่ยนเป็นกองเพลิง” กัส เอ่ยถึงตอนที่เจอหน้าไทสันครั้งแรก

สิ่งแรกที่เขาปรารถนาจาก ไทสัน เป็นการให้เก็บความก้าวร้าวที่ผู้ใดก็รังเกียจไว้ เพียงจะต้องเอามันมาใช้ให้ถูกที่ถูกเวลาแค่นั้น ดังนั้นการสอนระหว่าง กัส กับ ไทสัน ไม่เคยมีคำว่าไม้อ่อน ต่อยเหนือชั้นกว่าย เจ็บเป็นเจ็บ พูดว่าจะเอาอะไรก็จะต้องได้แบบงั้น เรียกได้ว่า ไทสัน กลัว กัส หัวหดเลยก็ว่าได้

“ความกลัวเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในการศึกษา แต่ว่าความหวาดกลัวเป็นเพื่อนพ้องที่ยอดเยี่ยมของคุณ มันเหมือนกับไฟนั่นแหละ ถ้าเกิดคุณควบคุมมันได้ก็สามารถใช้ประโยชน์จากมัน แม้กระนั้นถ้าหากคุณคุมมันไม่อยู่มันจะเผาทุกสิ่งที่อยู่รอบคุณกระทั่งไม่เหลืออะไรให้อาวรณ์” กัส เล่าถึงตำรับการสอนของเขา

กัส เอา ไทสัน ไปต่อยในเวทีระดับสมัครเล่นในรุ่นเด็ก โดยการไปพบกับผู้ที่เป็นมวยกว่าเยอะแยะ สาเหตุที่ทำอย่างนั้นเพราะเขาอยากที่จะให้ ไทสัน แพ้ ให้ ไทสัน แสดงความผิดพลาดออกมาให้ได้มากที่สุด เพื่อจะบอกให้รู้ดีว่าการเป็นนักสู้บนเวทีมันต่างจากนักสู้ริมทางแค่ไหน

ด้วยเหตุว่าการที่เป็นเด็กแสบ ฝึกหัดยาก สอนยาก ทำให้ กัส ใช้เวลากับ ไทสัน มากมายเป็นพิเศษ รู้ตัวอีกครั้ง ไทสัน ก็แปลงเป็นลูกศิษย์รักที่จำต้องรับกับการปฎิบัติที่แตกต่างจากลูกศิษย์ผู้อื่นไปอีกขั้น รวมทั้ง ไทสัน เองก็เปลี่ยนเป็นเด็กที่เชื่อฟังเขาแบบไม่น่าเชื่อ…

“เขาพึ่งจะพบผมได้ไม่นาน แต่ว่าเขาพูดว่า ไอ้หนู เดี๋ยวแกจะได้เป็นแชมป์โลก … ผมไม่รู้จักเช่นเดียวกันว่าเขาเข้าใจนี้ได้อย่างไร” ไทสัน เล่าดังที่กล่าวมาแล้วในวันหลัง

ภายหลังจากฝึกฝนหนักทุกวัน กัส จะเข้าไปคุย ไทสัน ก่อนนอน เขาบอกให้ ไทสัน คิดภาพว่าตนเองเป็นแชมป์เฮฟวี่เวต ที่ทรงประสิทธิภาพ เร็วทันใจ รวมทั้งหมัดหนักมากกว่าคนใดกันแน่ในประวัติศาสตร์ เขากล่อมไทสันให้หลับไปพร้อมด้วยความเชื่อแบบงั้น แล้วก็เมื่อตื่น กัส ก็จะเป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มลากเขาไปทำในสิ่งที่น่ารำคาญอย่างกระโจนเชือก ชกลม รวมทั้งลงนวม พูดได้ว่า กัส ฝึกการสอนไทสันตลอด 1 วัน ลงทัณฑ์ร่างกายและก็ทดลองข้อจำกัดทางจิตใจอยู่เสมอเวลา

ไทสัน จำเป็นต้องทำอะไรซ้ำๆซากๆโน่นเป็นสิ่งที่ กัส คิดแผนไว้ เนื่องจากว่าเขามั่นใจว่าสัญชาตญาณเกิดจากวิธีการทำซ้ำจนชิน รวมทั้งรู้สึกตัวอีกครั้งร่างกายของ ไทสัน ก็กลายเป็นอาวุธมนุษย์ที่เพอร์เฟ็คผ่านการฝึกหัดที่แสนซ้ำๆซากๆ

กัส เปลี่ยน ไทสัน เป็นคนละเรื่อง เขาดูแล ไทสัน เหมือนกับลูก ในวันที่แม่ของ ไทสัน เสียชีวิต (ตอน ไทสัน อายุ 16 ปี) กัส รับเขามาเป็นลูกบุญธรรม สอนให้เขาอ่านหนังสือ สอนให้เขามองเห็นค่าของตัวเองว่ามีดีแค่ไหน

You may have missed